ข้อควรระวังในการออกกำลังกายสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

Share Button

การออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่มีความสำคัญกับการดำเนินชีวิตของคนเราในทุกช่วงวัย แม้ในวัยสูงอายุก็ยังจำเป็นที่จะต้องออกกำลังกาย รวมถึงในช่วงที่ตั้งครรภ์ก็เช่นกัน
การตั้งครรภ์นั้น ฮอร์โมนจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดภาวะต่างๆ ได้ง่าย เช่น แพ้ท้อง บวมตามมือและเท้า หรือส่วนต่างๆ ของร่างกาย เป็นต้น ในหลังคลอดเองก็อาจมีอาการ ผมร่วงหลังคลอด ซึ่งคุณแม่จะต้องทำความเข้าใจกับอาการเหล่านี้ให้มาก รวมถึงการออกกำลังกายก็สามารถช่วยให้คุณแม่รับมือกับอาการต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายในระหว่างตั้งครรภ์จะต้องมีความเข้าใจ และปรึกษาแพทย์อยู่เสมอ รวมถึงมีหลักในการหลีกเลี่ยงดังนี้
การออกกำลังกายที่ควรหลีกเลี่ยง
– กีฬาที่เล่นด้วยความรุนแรง เช่น วิ่งมาราธอน ปั่นจักรยาน หรือเต้นแอโรบิกที่มีแรงกระแทกสูง
– กีฬาที่ต้องใช้แรงปะทะ เช่น ฟุตบอล ฮอกกี้น้ำแข็ง หรือมวยปล้ำ
– ทุกกิจกรรมที่หน้าท้องต้องรับแรงกระแทก
– กิจกรรมที่คุณแม่อาจตกลงมาได้ เช่น ขี่ม้า ปั่นจักรยาน ปีนหน้าผา
– กิจกรรมที่เล่นในที่สูง เช่น สกี ปีนเขา
– ดำน้ำสกูบ้า
หลังจาก 3 เดือนแรก ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้หลัง เพราะน้ำหนักของลูกอาจไปกดทับหลอดเลือดแดง มีผลต่อการไหลเวียนโลหิต เมื่อใกล้ครบ 9 เดือน ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องกระโดดแรง หรือการเคลื่อนไหวที่มีแรงสั่นสะเทือน นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องขยับร่างกายอย่างรวดเร็ว เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อตึงได้
สัญญาณที่ควรหยุด
ถ้าคุณแม่รู้สึกป่วยหรือมีอาการปวดหัวอย่างกะทันหันหรือรุนแรง หน้ามืดวิงเวียน เจ็บหรือแน่นหน้าอก หน้าบวม มือบวม เท้าบวม เจ็บหลัง หรือปวดกระดูกเชิงกราน มีอาการเกร็งนานเกิน 30 นาที มีเลือดออกทางช่องคลอด มีน้ำคร่ำไหลออกมา ลูกเปลี่ยนท่าบ่อยๆ ควรหยุดออกกำลังกายทันทีหรือไปพบแพทย์
คุณแม่แบบไหนที่ไม่เหมาะออกกำลังกาย
คุณแม่บางท่านอาจไม่เหมาะที่จะออกกำลังกายระหว่างตั้งครรภ์ เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจ โรคปอด ท้องลูกแฝด เคยคลอดก่อนกำหนด เลือดออกระหว่างตั้งครรภ์บ่อยๆ ความดันเลือดสูง และภาวะรกเกาะต่ำ สิ่งสำคัญคือควรปรึกษาคุณหมอก่อนออกกำลังกายประเภทใดๆ
เมื่อรู้จักตนเอง และทำความเข้าใจกับการออกกำลังกายในระหว่างตั้งครรภ์อย่างถูกต้อง คุณแม่ก็สามารถออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัย