ฟิล์มติดกระจกรถยนต์ ความทึบของฟิล์ม และความเหมาะสมในการใช้งาน

Share Button

อากาศที่ร้อนอบอ้าวอย่างเมืองไทย ในทุกฤดูกาล และแดดที่ร้อนแรงจนแทบจะละลายนั้น หากเราไม่รู้จักป้องกันตนเองคงเสี่ยงที่จะทำให้ผิวเสีย ทำให้เป็นลมแดด ส่งผลต่อสายตา หรืออาจส่งผลให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ ในการเดินทางด้วยรถยนต์ หากเราร้อน ก็สามารถใช้แอร์ช่วยในการคลายร้อนได้ แต่หากเป็นแสงแดด เราสามารถปกป้องแสงแดดได้ระดับหนึ่งด้วยการติดตั้งฟิล์มติดกระจก

การติดฟิล์ม มีความสำคัญอย่างมากกในการช่วยป้องกันแสงแดด และเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ เช่น การติดฟิล์มในกระจกนิรภัยอย่าง กระจกเทมเปอร์ กระจกลามิเนต จะช่วยป้องกันเศษกระจกที่แตกได้ เป็นต้น สำหรับการติดฟิล์มกระจกรถยนต์เพื่อป้องกันแสงแดด และความร้อน เราจะต้องทราบว่าความทึบของฟิล์มระดับไหนเหมาะกับการใช้งานแบบใด

ความทึบของฟิล์มนั้นจะมี 3 ระดับด้วยกัน ดังนี้
1. ความทึบที่ 40%
คือความทึบที่แสงส่องทะลุเข้ามาที่ 60% ความเข้มจะน้อย แต่มันจะเป็นโทนที่ใสไปหน่อยเวลาประมาณบ่ายๆจะร้อนมาก ส่วนมากจะใช้ความทึบนี้ติดที่บานหน้ากัน
2. ความทึบที่ 60%
คือความทึบที่แสงส่องผ่าน 40% ความทึบนี้จะนิยมติดที่รอบคัน ถ้าเป็นสมัยก่อนจะนิยมติดบานหน้าที่ 40% แล้วก็ติด 60% รอบคัน แต่การติดฟิล์มรถยนต์ตอนนี้มันไม่เหมาะสมกับเมืองไทย เพราะบานหน้ามันใสไป ทำให้ร้อนมาก จึงมีคนนิยมเปลี่ยนมาเป็นติด 60% รอบคันมากกว่า
3. ความทึบที่ 80%
คือความทึบที่แสงส่องผ่าน 20% ฟิล์มตัวนี้ทึบมากนิยมติดทั้งคันให้คนมองไม่เห็นแต่ไม่สามารถติดบานหน้าได้ อาจจะขับได้ตอนบ่ายๆ แต่ตอนกลางคืนขับยากมากไม่แนะนำให้ติดฟิล์มรถยนต์นี้ที่บานหน้าแต่แนะนำให้ติดรอบคันอย่างเดียว ปกติลูกค้าที่ติดความทึบนี้จะเจอปัญหาเรื่องการทุบเอาของมีค่า จึงแนะนำว่าให้ติดเป็นบานหน้า 60% แล้วตามด้วยรอบคัน 80% แต่ถ้าขับกลางคืนบ่อยให้ติด 60% รอบคันก็พอ

เลือกติดฟิล์มด้วยความทึบที่เหมาะสม ก็จะสามารถช่วยให้เราขับขี่ได้อย่างปลอดภัย และป้องกันแสงแดดทำร้ายผิวและสายตาของเราได้มาก หากคุณไม่แน่ใจว่าควรติดฟิล์มที่ความทึบเท่าไรดี ควรปรึกษาช่างที่มีความชำนาญ หรือปรึกษาช่างจะดีที่สุด เพื่อให้เลือกติดได้อย่างเหมาะสม และมีความพึงพอใจ รวมถึงได้รับความปลอดภัยมากที่สุดอีกด้วย