พฤติกรรมที่ถูกต้องในการหลีกเลี่ยงโรคจาการทำงาน ออฟฟิศ ซินโดรม

Share Button

สมัยนี้โรคเกี่ยวกับการทำงานนั้นมันคงจะไม่มีใครที่จะไม่รู้จักโรคที่เรียกว่า ออฟฟิศ ซินโดรม (Office syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่พบบ่อยและพบมากในคนสมัยนี้ที่ทำงานในสำนักงานแล้วไม่ค่อยได้ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายสักเท่าไหร่นัก ด้วย ที่สภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานไม่เหมาะสม มีพฤติกรรมกระตุ้น โรคเช่น

1. การนั่งทำงานอยู่กับที่ตลอดเวลา ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนมาไหนเลย
2. การทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ โดยไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกายเลย
3.โต๊ะทำงาน โต๊ะครู ไม่เหมาะสม ความสูงและระยะห่างของคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ คีย์บอร์ดไม่เหมาะสม
4. การวางข้อมือบน เม้าส์ผิดท่าผิดทาง ขนาดของเม้าส์ไม่พอดีกับขนาดของมือ
5. ท่านั่งในการทำงานไม่ถูกต้อง เช่น การนั่งหลังงอ นั่งไขว่ห้าง นั่งไม่เต็มเบาะ ศีรษะและคอไม่ตั้งตรง หลังส่วนล่างไม่มีแผ่นพนักพิงที่ถูกต้องและเหมาะสม
6. การวางของไว้บนโต๊ะทำงานมากจนเกินไป วางแฟ้มงานหรือสิ่งของใต้โต๊ะทำงาน ไม่น่าเชื่อเลยว่ามันส่งผลกระทบต่อกันไปหมด

ไม่น่าเชื่อเลยว่าปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดนี้นั้นมันล้วนแล้วส่งผลต่อการที่เรามีปัญหาจากการทำงานแล้วนำพาปัญหาการปวดเมื่อยตามร่างกายจากการนั่งทำงานที่ผิดท่านำพามาซึ่งโรคออฟฟิศ ซินโดรม (Office syndrome) อาการของโรคนี้คือ อาการปวดคอ ปวดข้อมือ ปวดหลัง บางคนที่มีปัญหาหมอนรองกระดูกเคลื่อน หากยังทำงานในอิริยาบถที่ผิด มีโต๊ะทำงานที่ไม่ใช่โต๊ะทำงานสักแต่เอามานั่งแล้วละก็จะทำให้มีอาการรุนแรงมากขึ้น

กระทรวงสาธารณสุขได้มีการสำรวจและวิเคราะห์ เพื่อทำการเก็บข้อมูลสถิตดรคเกี่ยวกับการทำงานพบว่า พนักงานออฟฟิตส่วนใหญ่จะมาปรึกษาแพทย์ด้วยอาการปวดหลัง ปวดบริเวณคอไหล่ และปวดศีรษะ จะพบมากในคนอายุ 16-24 ปี การตกอยู่ในภาวะโรค office syndrome นอกจากจะทำให้สุขภาพร่างกายค่อยทรุดโทรมลง ไม่มีประสิทธิภาพในการที่จะทำงานได้อย่างเต็มที่แล้ว ยังเป็นต้นต้นของโรคต่างๆที่จะตามมาอีก มากมาย สร้างความรำคาญใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นสำหรับคนที่กำลังประสบกับปัญหาเหล่านี้ควรมองหาโต๊ะทำงานดีๆสักตัวเอาเข้ามาเป็นตัวช่วยในการที่จะทำให้ท่วงท่าในการที่จะนั่งทำงานนั้นมันถูกต้องตามไปด้วย

การเลือกและมองหาโต๊ะทำงานดีๆสักตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญในการที่จะเอามาเป็นตัวช่วยในการที่จะป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้นจากการทำงานนาน แม้นว่าจะต้องเสียเงินซื้อโต๊ะทำงานแพงสักหน่อยแต่รับรองได้เลยว่าเสียเงินแพงนิดหน่อยแต่ซื้อสุขภาพได้มันถือว่าเป็นการลงทุนที่แสนจะคุ้มค่าแล้วแหละ